Friday, May 9, 2008

A Complicate Life of RobinTh

ผมกำลังตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้า คายไม่ออกครับ

การค้าของผมทางอีเบย์ไม่คืบหน้าในทางที่ดีเลย
ตอนนี้ หรือจะว่าไป-ก็ตั้งแต่เริ่มทำมา ยังไม่มีใครซื้อของที่ผมขายเลย
คิดเหมือนกันว่าเป็นเพราะสินค้าของผมไม่ใช่สิ่งที่ตลาดต้องการ
แม้มันจะผ่านกระบวนการคิด การวิเคราะห์แล้วว่ามันมีโอกาสขาย
ในตลาดต่างประเทศ เช่นสหรัฐอเมริกา ได้ดี --แต่ความเป็นจริงมันไม่ใช่

ของที่ผมวางขายในอีเบย์ เป็นพวกเสื้อผ้า เครื่องประดับ
หรือของกระจุกกระจิกต่างๆ ที่ผลิต หรือออกแบบโดยคนไทย จำพวกสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์
นั่นแหละครับ

อย่างชิ้นที่เห็นอยู่นี้ ก็เป็นหนึ่งในหลายๆ ชิ้นที่ผมกำลังวางขายอยู่บนอีเบย์
ก็อย่างที่บอก... มันขายไม่ออกอ่ะครับ แบบว่า ถ้าเป็นแผงขายของริมถนน
ผมก็คงอยู่ในสภาพคนที่นั่งตบยุง เฝ้าของ มีคนเดินผ่านไปผ่านมา อาจจะ
เหลือบตามองมาที่แผงผมบ้าง --แต่ไม่มีใครซื้อ

หลังจากที่วางขายได้ระยะหนึ่ง ผมก็สังเกตเหมือนกันครับว่า มีเงื่อนไข
บางอย่างที่ผมต่างไปจากคนอื่นบนอีเบย์

คือเรื่องของค่าส่งของครับ
ค่าส่งของจากเมืองไทยไปต่างประเทศนั้นแพง บรรลัย เทียบกับราคาที่ตัว
สินค้าเขาอยู่ในสหรัฐฯ ไม่ได้เลย
ค่าขนส่งของเขาอยู่ระหว่าง 3-5 เหรียญ แต่ถ้าเป็นของที่ส่งจากเมืองไทยนั้น ราคาของในขนาดและน้ำหนัก
พอๆ กัน จะต้องจ่ายค่าขนส่งตั้งแต่ 15-25 เหรียญสหรัฐเลยล่ะครับ

อย่างนี้แล้วผมจะสู้เค้าได้มั้ยเนี่ย???

พยายามหาทางออกแล้วนะครับ ด้วยการลดราคาค่าส่งลงมาให้
ใกล้เคียงหน่อย คือประมาณสิบเหรียญ แล้วเอาส่วนต่างนั้นไป
เพิ่มไว้ในราคาสินค้าแทน ...ก็ยังคงขายไม่ได้อยู่เหมือนเดิม...

............................................................

ก่อนหน้าที่ผมจะตัดสินใจขายของบนอีเบย์นั้น
ผมก็ศึกษามาเป็นอย่างดีแล้วนะครับ เกี่ยวกับเรื่องต่างๆ
ที่เกี่ยวข้อง ทั้งการศึกษาแนวโน้มของการซื้อ-ขาย เช่น สินค้าอะไรที่นิยม
สินค้าอะไรที่คนต้องการ รวมถึงแนวโน้มราคา และการตั้งราคาสินค้า
ซึ่งผมเองก็พยายามคำนวณว่า ระดับราคาไหนที่เราพอจะขายได้
โดยไม่ขาดทุน

แต่แรกผมก็คิดๆ อยู่ว่า จะตั้งราคาขายอย่างไรดี?
มันเป็นเรื่องที่คิดอยากเหมือนกันนะครับ เพราะตลาดกว้างมาก
เราไม่รู้เลยว่า สินค้าที่คนต้องการจริงๆ นั้นคืออะไร
แล้วอีกอย่าง แนวโน้มสินค้าที่ตลาดต้องการนั้น ส่วนใหญ่ก็เป็น
เรื่องที่ต้องลงทุน เพราะมันไม่ใช่สินค้าราคาถูกๆ --ผมไม่มีทุนขนาดนั้น

อีกประเด็นเกี่ยวกับราคาขาย ซึ่งเป็นเงื่อนไขของอีเบย์ที่คนขายใหม่
จะต้องมี "feedback" ถึงระดับหนึ่งเท่านั้นจึงจะขายของตามราคา
ที่เราต้องการได้ อย่างผม เริ่มต้นก็ต้องเริ่มที่การตั้งราคาประมูล
ความเสี่ยงก็ตกมาที่เราอีก เพราะถ้าตั้งราคาประมูลไว้เป็นตัวเลข
สูงๆ ก็จะไม่มีใครสนใจ แต่ถ้าตั้งราคาถูกๆ อย่าง 0.99$ นั้น
ถ้าเกิดมีคนประมูลได้ในราคาที่ผมขาดทุน ...อย่างงั้นก็เจ๊งอ่ะดิครับ

ถึงวันนี้ผมเลยต้องตั้งลำใหม่
ด้วยการมองหาตลาดภายในประเทศแทน
ซึ่ง ณ เวลานี้ สภาพเศรษฐกิจทั้งโลกก็แสนปั่นป่วน
สภาพคล่องไม่มี แถมเศรษฐกิจอยู่ในภาวะขาลง
ผมเลยค่อนข้างปวดหัวมาก เพราะไม่รู้ว่าจะขายของ
ได้รึเปล่า...

ประเด็นที่ทำให้เกิดความสับสนวุ่นวายในชีวิตมันเลยกลายเป็นว่า
ไม่รู้จะทำอย่างไรดี ก็ผมเองอยากเลือกที่จะเป็นนายของตัวเองนี่ครับ
ถ้าเพียงคิดรับจ้างเป็นพนักงานบริษัท รับเงินเดือนไปแต่ละเดือน
ชีวิตผมคงไม่เจอกับสภาวะแบบนี้...

เอาน่า... ยังไงผมก็ยังจะขอสู้อีกซักหลายๆ ตั้ง
จนกว่าทุกอย่างจะไม่มีทางออกแล้วนั่นแหละ ถึงจะยอม
หันหลังกลับไปมีชีวิต "รับจ้าง"

อย่างว่าแหละครับ ชีวิตผมมันไม่มีอะไรเป็นทุนที่
มากไปกว่าสมองและสองมือ ก็เลยต้องประสบกับเรื่องแบบนี้

สู้ๆ เพื่ออนาคตของตัวเอง... และคนที่ผมรักครับ!
(อืม... ผมรักใครมั่งนะ หุๆๆ)


~!~
RobinTh

http://life.robinth.com
Phone: +668.9156.4728
Email: thairobin@hotmail.com
thairobin@yahoo.com
robinth@gmail.com
MSN: thairobin@hotmail.com
Yahoo: thairobin

Monday, April 28, 2008

"For Democracy", An Hidden Agenda by Somebody

ประเด็นที่ซ่อนเร้น ภายใต้คำอ้าง “เพื่อประชาธิปไตย” ของใครบางคน

สถานะการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันดูเหมือนลุ่มๆ ดอนๆ อย่างไรไม่รู้ ทุกวันจะมีปัญหาเรื่องโน้นเรื่องนี้ปรากฎ ตามสื่อต่างๆ ไม่เว้นแต่ละวัน ทั้งเรื่องที่เกิดขึ้นโดยการกระทำของรัฐบาล และเรื่องที่มีบางคน บางกลุ่มพยายามขุด แคะ แกะ ค้นขึ้นมา

ท่ามกลางเสียงเรียกร้องของคนในชาติ ที่ต้องการให้การเมืองกลับสู่สภาวะปกติ หลังจากต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจการปกครอง ของคณะบุคคลที่คว่ำรัฐบาลชุดก่อนมากว่าปี หลายเสียงที่ดังเล็ดลอดสู่โสตสัมผัส ต่างต้องการให้สังคมไทยมีความสมานฉันท์ เพื่อทุ่มเทให้กับการประคับประคองเศรษฐกิจของชาติ ให้ผ่านพ้นความอึมครึม เปิดช่องทางทำมาหารายได้ให้กับประชาชนในชาติ

ช่วงที่ประเทศไทยตกอยู่ภายใต้การปกครองของคณะปฏิวัติ หรือที่เขาเรียกตัวเองว่า ค.ม.ช. -คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาตินั้น ไม่เคยเห็นข่าวว่า มีกลุ่มคนจะออกมาประท้วงเรื่อง
การปกครองบ้านเมืองบ้างเลย ซึ่งก่อนหน้านั้น บางกลุ่มพยายามแสดงความคิดเห็นคัดค้านการ ปกครองของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ตามระบอบประชาธิปไตยกันอย่างแข็งขัน

เช่นนี้แสดงให้เห็นว่า คนกลุ่มนั้นชอบอยู่ภายใต้การปกครองแบบเผด็จการมากกว่าประชาธิปไตย หรือว่ากลัวการดำเนินมาตรการรุนแรงจากคณะปฏิวัติ

คนที่เคยเรียนรู้เกี่ยวกับการปกครองในระบอบต่างๆ ประดามี ย่อมรู้ดีว่า ระบอบประชาธิปไตยนั้น เป็นการปกครองที่มีความยุติธรรมมากที่สุด มีส่วนดีมากกว่าส่วนเสีย มีกระบวนการตรวจสอบ กลั่นกรองที่ชัดเจนและรอบคอบ ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
แต่กระนั้น การใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชน ย่อมมีกรอบบังคับไว้ตามรัฐธรรมนูญ เพื่อให้สังคมเป็นระเบียบ ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกัน ประกอบสัมมาอาชีพ และดำเนินชีวิตได้ตามครรลองของแต่ละคน

ในขณะที่บางคน บางกลุ่ม กลับคิดว่าตนมีสิทธิเสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตยอย่างเต็มที่ และจะใช้สิทธินั้นทำอะไร อย่างไรก็ได้

ถ้าเพียงแต่เขารู้จักที่จะคิดให้รอบคอบ รู้ว่าการใช้สิทธิของเขานั้นมันไปกระทบสิทธิของคนอื่นในสังคม สร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่นทางอ้อม

แทนที่รัฐบาลจะได้ใช้เวลาในการพัฒนาบ้านเมือง แก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ กลับต้องเสียเวลาให้กับการแก้ปัญหาอื่น ที่เกิดขึ้นจากการกระทำของคนบางกลุ่ม
ที่ต้องการมีอำนาจเหนือรัฐ สำแดงอำนาจ ว่าพรรคพวกตนสามารถล้มรัฐบาลได้
โดยไม่จำต้องเข้าสู่ระบบการเมือง

ซ้ำร้ายไปกว่านั้น บางคน บางกลุ่มที่มีท่าทีว่าออกมาแสดงความคิดเห็นตามระบอบประชาธิปไตยนั้น ก็มิได้ทำไปด้วยเจตนาบริสุทธิ์ตามที่ลั่นวาจาเลย เบื้องหลังกลับเป็นกระบวนการล้างแค้นส่วนตัว ที่ตนเองเคยถูกรัฐบาลชุดก่อนปฏิวัติ ปฎิเสธให้ความช่วยเหลือ ทำให้กิจการที่ดำเนินอยู่ ในขณะนั้นเกิดปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน

เคยเห็นประชาชนที่หลงเข้าร่วมกระบวนการดังกล่าวแล้วรู้สึกเห็นใจ พวกเขาเหล่านั้นตกเป็น เครื่องมือหากินบนความทุกข์ของชาติของคนบางกลุ่ม ถูกคนบางกลุ่มกล่อม และหล่อหลอมความคิด จนกลายเป็นเหยื่อที่ไม่สามารถช่วยตัวเองให้พ้นจากกับดักได้

หากคุณเป็นคนที่เกิดทันเหตุการณ์ 14 ตุลา, 16 ตุลา หรือกระทั่งพฤษภาทมิฬ และรับรู้ถึงกระบวนการต่อสู้ เพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตยของเหล่าวีรชนนักศึกษา-ประชาชน จะสังเกตเห็นความแตกต่าง ของกระบวนการตอนนั้นกับปัจจุบันได้เป็นอย่างดี

การออกมาต่อต้านรัฐบาล ที่ได้รับการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยโดยกลุ่มคนดังกล่าว ใช้วิธีการพูดอย่างปลุกระดม อย่างชัดเจน โดยเน้นคำพูด การแสดงออกที่ปลุกเร้า ชวนให้เข้าใจผิด และกระตุ้นความรู้สึกของคนฟัง แถมพ่วงไปกับการขอเงินบริจาค โดยอ้างเพื่อการสนับสนุนการชุมนุม ทั้งที่แต่ก่อนแต่ไรมาการชุมนุมเพื่อประชาธิปไตยในอดีต ไม่ว่ากี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
ไม่เคยต้องการการสนับสนุนด้วยเงินเลย

ข้อมูลต่างๆ ถูกบุคคลกลุ่มดังกล่าว นำเสนอด้วยการใช้ถ้อยคำกระทบกระเทียบเปรียบเปรย เน้นความสะใจแก่ตนและผู้ฟังเป็นหลัก ก็ล้วนถูกต่อเติมแต่มแต้มให้ดูรุนแรง ร้ายแรงเกินจริง
แถมพกด้วยการอ้างว่า ถูกปิดกั้นการสื่อสารกับประชาชน ซึ่งเป็นวิธีการปลุกระดมพื้นๆ เพื่อให้ประชาชนที่อยู่วงนอกจากตรงนั้นหันมาสนใจมากขึ้น

ถ้อยคำภาษาที่ใช้ ก็เป็นภาษาที่ไม่น่าเชื่อว่า จะออกมาจากคนที่เรียกตัวเองว่าเป็นสื่อมวลชน อาจารย์ผู้สอน ผู้มีพระคุณที่เคยถ่ายทอดประสบการณ์การทำหน้าที่สื่อมวลชน คงสะอึกที่ได้รู้ได้เห็นเช่นนั้น

เป็นเรื่องน่าชื่นชม ที่เขาสามารถหลอกใช้คนเพื่อให้สมประโยชน์ของตนได้อย่างแนบเนียน ทำได้ถึงระดับที่สามารถเชื้อเชิญคนที่มีความรู้ ความสามารถมาเข้าร่วมกระบวนการล้างแค้นของตน ได้โดยไม่ตะขิดตะขวงใจ กลยุทธเยี่ยมยอดเช่นนี้หากปรับใช้ในการระดมทุนเพื่อฟื้นฟูธุรกิจ คงจะประสบความสำเร็จเป็นที่โจษขาน

ไม่ควรเลยที่จะใช้กับความอยู่รอดของบ้านเมือง ของประเทศ ที่มีคนไม่รู้อีโหน่อีเหน่อีกนับล้าน ติดร่างแหรับความเดือดร้อนไปด้วย

ไม่ควรเลยที่จะใช้ความเห็นอกเห็นใจ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์แห่งชาติไทยไปหาผลประโยชน์ เพียงเพื่อให้ได้การสนับสนุนทางการเงิน มาประคับประคองกิจการที่ตัวเองบริหารผิดพลาดได้อยู่รอด

ไม่ควรเลยที่จะใช้ความแค้นส่วนตัว ใช้บ้านเมือง ใช้ทรัพยากรบุคคลอันมีค่าของประเทศ เป็นเครื่องมือทำลายคนที่ไม่ยอมยื่นมือช่วยเหลือตนยามเดือดร้อน

เพราะที่นี่คือประเทศไทย ไม่ใช่บริษัทจำกัดของคุณ

~!~
RobinTh

http://life.robinth.com
Phone: +668.9156.4728
Email: thairobin@hotmail.com
thairobin@yahoo.com
robinth@gmail.com
MSN: thairobin@hotmail.com
Yahoo: thairobin

Friday, December 21, 2007

Business on Plan

ลืมเล่าให้ฟังครับ

ตอนนี้กำลังจะเริ่มธุรกิจเพิ่มอีกตัวหนึ่งครับ
มีแฟนเป็นคนหาผู้ลงทุน... ก็ได้มาหนึ่งเจ้าครับ
เป็นผู้ผลิตเครื่องประดับเงินต่างๆ

เดิมทีเขาก็จำหน่ายสินค้าของเขาด้วยช่องทางจำหน่ายเดิมๆ
เห็นว่าเขาขายได้ดี มีลูกค้าเยอะ
พอแฟนผมได้คุยกับเขา ก็สบช่องให้เราเป็นคนขายของให้เขาอีกทาง

โดยงานนี้ ตกลงว่าจะเปิดร้านที่สวนลุมไนท์บาร์ซาร์ครับ
รู้จักมั้ยครับ? อยู่แถวๆ สวนลุมพินีอ่ะครับ

ผมเริ่มเตรียมงานไปแล้วส่วนหนึ่ง
ทั้งเรื่องการติดต่อเช่าพื้นที่ เตรียมทำเวปไซต์
ซึ่งผมจดทะเบียนโดเมนเนมไว้เรียบร้อยแล้วครับ
ชื่อ SawasdeeJewelry.com ครับ

คือนอกจากจะเป็นคนดูแลเรื่องต่างๆ
รวมทั้งการขายของแล้ว ผมและแฟนยังต้อง
ดูแลเรื่องการทำตลาด ประชาสัมพันธ์ บัญชี
ส่วนผมเองนั้นยังต้องดูแลเรื่องเวป เป็น Web master ด้วย

ลองแวะไปดูนะครับ
หากต้องการซื้อเครื่องประดับเงิน ทั้งแหวน สร้อยคอ สร้อยข้อมือ
จี้ ให้แฟน หรือเพื่อนเพื่อเป็นของขวัญ ของกำนัล
ก็ติดต่อหาผมได้เลยครับ ที่ 08-9156-4728
หรืออีเมล์ใดๆ ของผมก็ได้นะครับ

หรือหากมีเพื่อนชาวต่างประเทศก็แนะนำให้
มาซื้อกับผมก็ได้ เพราะอย่าลืมว่า นอกจากผมจะ
มีร้านขายเครื่องประดับเงินอยู่ที่สวนลุมไนท์ิบาร์ซาร์แล้ว
ผมยังมีร้านขายของนี้ทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งนอกจากจะ
ขายเครื่องประดับเงินแล้ว ยังขายสินค้าไทยทุกชนิด
ที่ผลิตและจำหน่ายอยู่ในเมืองไทยครับ

เอ๊า! เร็วววววววว
เร่เข้ามาๆ มีของขายตรงนี้คร้าบบบบบ


~~~
RobinTh

http://life.robinth.com
Phone: +66-9156-4728
Email: thairobin@hotmail.com
thairobin@yahoo.com
robinth@gmail.com
MSN: thairobin@hotmail.com
Yahoo: thairobin