ประเด็นที่ซ่อนเร้น ภายใต้คำอ้าง “เพื่อประชาธิปไตย” ของใครบางคน
สถานะการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันดูเหมือนลุ่มๆ ดอนๆ อย่างไรไม่รู้ ทุกวันจะมีปัญหาเรื่องโน้นเรื่องนี้ปรากฎ ตามสื่อต่างๆ ไม่เว้นแต่ละวัน ทั้งเรื่องที่เกิดขึ้นโดยการกระทำของรัฐบาล และเรื่องที่มีบางคน บางกลุ่มพยายามขุด แคะ แกะ ค้นขึ้นมา
ท่ามกลางเสียงเรียกร้องของคนในชาติ ที่ต้องการให้การเมืองกลับสู่สภาวะปกติ หลังจากต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจการปกครอง ของคณะบุคคลที่คว่ำรัฐบาลชุดก่อนมากว่าปี หลายเสียงที่ดังเล็ดลอดสู่โสตสัมผัส ต่างต้องการให้สังคมไทยมีความสมานฉันท์ เพื่อทุ่มเทให้กับการประคับประคองเศรษฐกิจของชาติ ให้ผ่านพ้นความอึมครึม เปิดช่องทางทำมาหารายได้ให้กับประชาชนในชาติ
ช่วงที่ประเทศไทยตกอยู่ภายใต้การปกครองของคณะปฏิวัติ หรือที่เขาเรียกตัวเองว่า ค.ม.ช. -คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาตินั้น ไม่เคยเห็นข่าวว่า มีกลุ่มคนจะออกมาประท้วงเรื่อง
การปกครองบ้านเมืองบ้างเลย ซึ่งก่อนหน้านั้น บางกลุ่มพยายามแสดงความคิดเห็นคัดค้านการ ปกครองของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ตามระบอบประชาธิปไตยกันอย่างแข็งขัน
เช่นนี้แสดงให้เห็นว่า คนกลุ่มนั้นชอบอยู่ภายใต้การปกครองแบบเผด็จการมากกว่าประชาธิปไตย หรือว่ากลัวการดำเนินมาตรการรุนแรงจากคณะปฏิวัติ
คนที่เคยเรียนรู้เกี่ยวกับการปกครองในระบอบต่างๆ ประดามี ย่อมรู้ดีว่า ระบอบประชาธิปไตยนั้น เป็นการปกครองที่มีความยุติธรรมมากที่สุด มีส่วนดีมากกว่าส่วนเสีย มีกระบวนการตรวจสอบ กลั่นกรองที่ชัดเจนและรอบคอบ ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
แต่กระนั้น การใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชน ย่อมมีกรอบบังคับไว้ตามรัฐธรรมนูญ เพื่อให้สังคมเป็นระเบียบ ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกัน ประกอบสัมมาอาชีพ และดำเนินชีวิตได้ตามครรลองของแต่ละคน
ในขณะที่บางคน บางกลุ่ม กลับคิดว่าตนมีสิทธิเสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตยอย่างเต็มที่ และจะใช้สิทธินั้นทำอะไร อย่างไรก็ได้
ถ้าเพียงแต่เขารู้จักที่จะคิดให้รอบคอบ รู้ว่าการใช้สิทธิของเขานั้นมันไปกระทบสิทธิของคนอื่นในสังคม สร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่นทางอ้อม
แทนที่รัฐบาลจะได้ใช้เวลาในการพัฒนาบ้านเมือง แก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ กลับต้องเสียเวลาให้กับการแก้ปัญหาอื่น ที่เกิดขึ้นจากการกระทำของคนบางกลุ่ม
ที่ต้องการมีอำนาจเหนือรัฐ สำแดงอำนาจ ว่าพรรคพวกตนสามารถล้มรัฐบาลได้
โดยไม่จำต้องเข้าสู่ระบบการเมือง
ซ้ำร้ายไปกว่านั้น บางคน บางกลุ่มที่มีท่าทีว่าออกมาแสดงความคิดเห็นตามระบอบประชาธิปไตยนั้น ก็มิได้ทำไปด้วยเจตนาบริสุทธิ์ตามที่ลั่นวาจาเลย เบื้องหลังกลับเป็นกระบวนการล้างแค้นส่วนตัว ที่ตนเองเคยถูกรัฐบาลชุดก่อนปฏิวัติ ปฎิเสธให้ความช่วยเหลือ ทำให้กิจการที่ดำเนินอยู่ ในขณะนั้นเกิดปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน
เคยเห็นประชาชนที่หลงเข้าร่วมกระบวนการดังกล่าวแล้วรู้สึกเห็นใจ พวกเขาเหล่านั้นตกเป็น เครื่องมือหากินบนความทุกข์ของชาติของคนบางกลุ่ม ถูกคนบางกลุ่มกล่อม และหล่อหลอมความคิด จนกลายเป็นเหยื่อที่ไม่สามารถช่วยตัวเองให้พ้นจากกับดักได้
หากคุณเป็นคนที่เกิดทันเหตุการณ์ 14 ตุลา, 16 ตุลา หรือกระทั่งพฤษภาทมิฬ และรับรู้ถึงกระบวนการต่อสู้ เพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตยของเหล่าวีรชนนักศึกษา-ประชาชน จะสังเกตเห็นความแตกต่าง ของกระบวนการตอนนั้นกับปัจจุบันได้เป็นอย่างดี
การออกมาต่อต้านรัฐบาล ที่ได้รับการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยโดยกลุ่มคนดังกล่าว ใช้วิธีการพูดอย่างปลุกระดม อย่างชัดเจน โดยเน้นคำพูด การแสดงออกที่ปลุกเร้า ชวนให้เข้าใจผิด และกระตุ้นความรู้สึกของคนฟัง แถมพ่วงไปกับการขอเงินบริจาค โดยอ้างเพื่อการสนับสนุนการชุมนุม ทั้งที่แต่ก่อนแต่ไรมาการชุมนุมเพื่อประชาธิปไตยในอดีต ไม่ว่ากี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
ไม่เคยต้องการการสนับสนุนด้วยเงินเลย
ข้อมูลต่างๆ ถูกบุคคลกลุ่มดังกล่าว นำเสนอด้วยการใช้ถ้อยคำกระทบกระเทียบเปรียบเปรย เน้นความสะใจแก่ตนและผู้ฟังเป็นหลัก ก็ล้วนถูกต่อเติมแต่มแต้มให้ดูรุนแรง ร้ายแรงเกินจริง
แถมพกด้วยการอ้างว่า ถูกปิดกั้นการสื่อสารกับประชาชน ซึ่งเป็นวิธีการปลุกระดมพื้นๆ เพื่อให้ประชาชนที่อยู่วงนอกจากตรงนั้นหันมาสนใจมากขึ้น
ถ้อยคำภาษาที่ใช้ ก็เป็นภาษาที่ไม่น่าเชื่อว่า จะออกมาจากคนที่เรียกตัวเองว่าเป็นสื่อมวลชน อาจารย์ผู้สอน ผู้มีพระคุณที่เคยถ่ายทอดประสบการณ์การทำหน้าที่สื่อมวลชน คงสะอึกที่ได้รู้ได้เห็นเช่นนั้น
เป็นเรื่องน่าชื่นชม ที่เขาสามารถหลอกใช้คนเพื่อให้สมประโยชน์ของตนได้อย่างแนบเนียน ทำได้ถึงระดับที่สามารถเชื้อเชิญคนที่มีความรู้ ความสามารถมาเข้าร่วมกระบวนการล้างแค้นของตน ได้โดยไม่ตะขิดตะขวงใจ กลยุทธเยี่ยมยอดเช่นนี้หากปรับใช้ในการระดมทุนเพื่อฟื้นฟูธุรกิจ คงจะประสบความสำเร็จเป็นที่โจษขาน
ไม่ควรเลยที่จะใช้กับความอยู่รอดของบ้านเมือง ของประเทศ ที่มีคนไม่รู้อีโหน่อีเหน่อีกนับล้าน ติดร่างแหรับความเดือดร้อนไปด้วย
ไม่ควรเลยที่จะใช้ความเห็นอกเห็นใจ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์แห่งชาติไทยไปหาผลประโยชน์ เพียงเพื่อให้ได้การสนับสนุนทางการเงิน มาประคับประคองกิจการที่ตัวเองบริหารผิดพลาดได้อยู่รอด
ไม่ควรเลยที่จะใช้ความแค้นส่วนตัว ใช้บ้านเมือง ใช้ทรัพยากรบุคคลอันมีค่าของประเทศ เป็นเครื่องมือทำลายคนที่ไม่ยอมยื่นมือช่วยเหลือตนยามเดือดร้อน
เพราะที่นี่คือประเทศไทย ไม่ใช่บริษัทจำกัดของคุณ
~!~
RobinTh
http://life.robinth.com
Phone: +668.9156.4728
Email: thairobin@hotmail.com
thairobin@yahoo.com
robinth@gmail.com
MSN: thairobin@hotmail.com
Yahoo: thairobin
สถานะการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันดูเหมือนลุ่มๆ ดอนๆ อย่างไรไม่รู้ ทุกวันจะมีปัญหาเรื่องโน้นเรื่องนี้ปรากฎ ตามสื่อต่างๆ ไม่เว้นแต่ละวัน ทั้งเรื่องที่เกิดขึ้นโดยการกระทำของรัฐบาล และเรื่องที่มีบางคน บางกลุ่มพยายามขุด แคะ แกะ ค้นขึ้นมา
ท่ามกลางเสียงเรียกร้องของคนในชาติ ที่ต้องการให้การเมืองกลับสู่สภาวะปกติ หลังจากต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจการปกครอง ของคณะบุคคลที่คว่ำรัฐบาลชุดก่อนมากว่าปี หลายเสียงที่ดังเล็ดลอดสู่โสตสัมผัส ต่างต้องการให้สังคมไทยมีความสมานฉันท์ เพื่อทุ่มเทให้กับการประคับประคองเศรษฐกิจของชาติ ให้ผ่านพ้นความอึมครึม เปิดช่องทางทำมาหารายได้ให้กับประชาชนในชาติ
ช่วงที่ประเทศไทยตกอยู่ภายใต้การปกครองของคณะปฏิวัติ หรือที่เขาเรียกตัวเองว่า ค.ม.ช. -คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาตินั้น ไม่เคยเห็นข่าวว่า มีกลุ่มคนจะออกมาประท้วงเรื่อง
การปกครองบ้านเมืองบ้างเลย ซึ่งก่อนหน้านั้น บางกลุ่มพยายามแสดงความคิดเห็นคัดค้านการ ปกครองของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ตามระบอบประชาธิปไตยกันอย่างแข็งขัน
เช่นนี้แสดงให้เห็นว่า คนกลุ่มนั้นชอบอยู่ภายใต้การปกครองแบบเผด็จการมากกว่าประชาธิปไตย หรือว่ากลัวการดำเนินมาตรการรุนแรงจากคณะปฏิวัติ
คนที่เคยเรียนรู้เกี่ยวกับการปกครองในระบอบต่างๆ ประดามี ย่อมรู้ดีว่า ระบอบประชาธิปไตยนั้น เป็นการปกครองที่มีความยุติธรรมมากที่สุด มีส่วนดีมากกว่าส่วนเสีย มีกระบวนการตรวจสอบ กลั่นกรองที่ชัดเจนและรอบคอบ ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
แต่กระนั้น การใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชน ย่อมมีกรอบบังคับไว้ตามรัฐธรรมนูญ เพื่อให้สังคมเป็นระเบียบ ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกัน ประกอบสัมมาอาชีพ และดำเนินชีวิตได้ตามครรลองของแต่ละคน
ในขณะที่บางคน บางกลุ่ม กลับคิดว่าตนมีสิทธิเสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตยอย่างเต็มที่ และจะใช้สิทธินั้นทำอะไร อย่างไรก็ได้
ถ้าเพียงแต่เขารู้จักที่จะคิดให้รอบคอบ รู้ว่าการใช้สิทธิของเขานั้นมันไปกระทบสิทธิของคนอื่นในสังคม สร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่นทางอ้อม
แทนที่รัฐบาลจะได้ใช้เวลาในการพัฒนาบ้านเมือง แก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ กลับต้องเสียเวลาให้กับการแก้ปัญหาอื่น ที่เกิดขึ้นจากการกระทำของคนบางกลุ่ม
ที่ต้องการมีอำนาจเหนือรัฐ สำแดงอำนาจ ว่าพรรคพวกตนสามารถล้มรัฐบาลได้
โดยไม่จำต้องเข้าสู่ระบบการเมือง
ซ้ำร้ายไปกว่านั้น บางคน บางกลุ่มที่มีท่าทีว่าออกมาแสดงความคิดเห็นตามระบอบประชาธิปไตยนั้น ก็มิได้ทำไปด้วยเจตนาบริสุทธิ์ตามที่ลั่นวาจาเลย เบื้องหลังกลับเป็นกระบวนการล้างแค้นส่วนตัว ที่ตนเองเคยถูกรัฐบาลชุดก่อนปฏิวัติ ปฎิเสธให้ความช่วยเหลือ ทำให้กิจการที่ดำเนินอยู่ ในขณะนั้นเกิดปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน
เคยเห็นประชาชนที่หลงเข้าร่วมกระบวนการดังกล่าวแล้วรู้สึกเห็นใจ พวกเขาเหล่านั้นตกเป็น เครื่องมือหากินบนความทุกข์ของชาติของคนบางกลุ่ม ถูกคนบางกลุ่มกล่อม และหล่อหลอมความคิด จนกลายเป็นเหยื่อที่ไม่สามารถช่วยตัวเองให้พ้นจากกับดักได้
หากคุณเป็นคนที่เกิดทันเหตุการณ์ 14 ตุลา, 16 ตุลา หรือกระทั่งพฤษภาทมิฬ และรับรู้ถึงกระบวนการต่อสู้ เพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตยของเหล่าวีรชนนักศึกษา-ประชาชน จะสังเกตเห็นความแตกต่าง ของกระบวนการตอนนั้นกับปัจจุบันได้เป็นอย่างดี
การออกมาต่อต้านรัฐบาล ที่ได้รับการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยโดยกลุ่มคนดังกล่าว ใช้วิธีการพูดอย่างปลุกระดม อย่างชัดเจน โดยเน้นคำพูด การแสดงออกที่ปลุกเร้า ชวนให้เข้าใจผิด และกระตุ้นความรู้สึกของคนฟัง แถมพ่วงไปกับการขอเงินบริจาค โดยอ้างเพื่อการสนับสนุนการชุมนุม ทั้งที่แต่ก่อนแต่ไรมาการชุมนุมเพื่อประชาธิปไตยในอดีต ไม่ว่ากี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
ไม่เคยต้องการการสนับสนุนด้วยเงินเลย
ข้อมูลต่างๆ ถูกบุคคลกลุ่มดังกล่าว นำเสนอด้วยการใช้ถ้อยคำกระทบกระเทียบเปรียบเปรย เน้นความสะใจแก่ตนและผู้ฟังเป็นหลัก ก็ล้วนถูกต่อเติมแต่มแต้มให้ดูรุนแรง ร้ายแรงเกินจริง
แถมพกด้วยการอ้างว่า ถูกปิดกั้นการสื่อสารกับประชาชน ซึ่งเป็นวิธีการปลุกระดมพื้นๆ เพื่อให้ประชาชนที่อยู่วงนอกจากตรงนั้นหันมาสนใจมากขึ้น
ถ้อยคำภาษาที่ใช้ ก็เป็นภาษาที่ไม่น่าเชื่อว่า จะออกมาจากคนที่เรียกตัวเองว่าเป็นสื่อมวลชน อาจารย์ผู้สอน ผู้มีพระคุณที่เคยถ่ายทอดประสบการณ์การทำหน้าที่สื่อมวลชน คงสะอึกที่ได้รู้ได้เห็นเช่นนั้น
เป็นเรื่องน่าชื่นชม ที่เขาสามารถหลอกใช้คนเพื่อให้สมประโยชน์ของตนได้อย่างแนบเนียน ทำได้ถึงระดับที่สามารถเชื้อเชิญคนที่มีความรู้ ความสามารถมาเข้าร่วมกระบวนการล้างแค้นของตน ได้โดยไม่ตะขิดตะขวงใจ กลยุทธเยี่ยมยอดเช่นนี้หากปรับใช้ในการระดมทุนเพื่อฟื้นฟูธุรกิจ คงจะประสบความสำเร็จเป็นที่โจษขาน
ไม่ควรเลยที่จะใช้กับความอยู่รอดของบ้านเมือง ของประเทศ ที่มีคนไม่รู้อีโหน่อีเหน่อีกนับล้าน ติดร่างแหรับความเดือดร้อนไปด้วย
ไม่ควรเลยที่จะใช้ความเห็นอกเห็นใจ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์แห่งชาติไทยไปหาผลประโยชน์ เพียงเพื่อให้ได้การสนับสนุนทางการเงิน มาประคับประคองกิจการที่ตัวเองบริหารผิดพลาดได้อยู่รอด
ไม่ควรเลยที่จะใช้ความแค้นส่วนตัว ใช้บ้านเมือง ใช้ทรัพยากรบุคคลอันมีค่าของประเทศ เป็นเครื่องมือทำลายคนที่ไม่ยอมยื่นมือช่วยเหลือตนยามเดือดร้อน
เพราะที่นี่คือประเทศไทย ไม่ใช่บริษัทจำกัดของคุณ
~!~
RobinTh
http://life.robinth.com
Phone: +668.9156.4728
Email: thairobin@hotmail.com
thairobin@yahoo.com
robinth@gmail.com
MSN: thairobin@hotmail.com
Yahoo: thairobin
Comments